Beeboxpp (Line ID : @beeboxpp) เบอร์โทร 06-5208-7979 (ติดต่อ จ-ศ : 09.00-17.00 น.)

ชีวิตประจำวันของพวกเราตอนนี้ มองไปรอบๆ ตัวเราก็ล้วนมีสิ่งของที่ทำจากกระดาษดราฟ ไม่ว่าจะเป็นกล่องไปรษณีย์ กล่องกระดาษคราฟ ที่ครอบแก้วกาแฟ ที่คั่นหนังสือ ปกสมุดโน้ต กล่องอาหาร เรียกได้ว่ามีความหลากหลายในการนำไปใช้ในชีวิตเรามากๆ คุณเคยสงสัยไหมว่า กระดาษคราฟมีดีอะไรอีกบ้างนอกจากประยุกต์ใช้งานได้หลายอย่าง กระดาษคราฟมีความเป็นมายังไง? ทำไมคนถึงนิยมใช้? วันนี้ Bee Box จะมาเล่าให้ฟังเองว่่า กว่าจะเป็นกระดาษคราฟ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง

 

 

ต้นกำเนิดกระดาษคราฟ

ย้อนไปตั้งแต่ต้นกำเนิดของกระดาษคราฟกันเลยดีกว่า คำว่า Kraft เป็นคำที่มาจากภาษาสวีเดน แปลว่า ความแข็งแรงคุณสมบัติของกระดาษคราฟเลยมีความยืดหยุ่นแข็งแรง และถูกนำมาประยุกต์ใช้งานได้ประโยชน์หลากหลายรูปแบบ กระดาษคราฟ มีกระบวนการทำจากเนื้อไม้เป็นเยื่อกระดาษไม้ จะมีโทนสีน้ำตาลคล้ายๆ กับสีธรรมชาติของไม้ แต่ก็สามารถนำมาฟอกสีได้เช่นกัน

  

กว่าจะมาเป็นกระดาษคราฟมีการผลิตยังไงบ้าง?

STEP 1 การทำเยื่อ เริ่มจากการนำไม้มาตัดเป็นท่อนๆ โดยกำจัดเปลือกไม้หรือตาไม้ออกจนได้แต่เนื้อไม้ ไม้ที่นิยมนำมาใช้ทำกระดาษ เช่น ไผ่ ยูคาลิปตัส และสน นำมาลอกเปลือก ทำความสะอาดแล้วสับเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อเข้าสู่กระบวนการทำเยื่อด้วยวิธีต่างๆ

 

STEP 2 ทำการตีเยื่อให้สม่ำเสมอ ไม่จับเป็นก้อน แล้วนำไปบดให้เส้นใยแตกจากนั้นก็เติมสารต่างๆ เรียกว่าน้ำเยื่อ

 

STEP 3 ผู้ผลิตอาจฟอกเยื่อให้ได้สีที่อ่อนลงตามต้องการ เยื่อเซลลูโลสถูกส่งไปยังเครื่องผลิตกระดาษแผ่นยาว ซึ่งหน้าที่หลักคือ แยกน้ำออกจากน้ำเยื่อ จนเยื่อก่อตัวเป็นแผ่นเปียก จากนั้นเครื่องก็จะกดน้ำออกจากแผ่นเปียกเพื่อให้เส้นใยภายในเยื่อเกาะยึดกันแน่นขึ้น ต่อมาก็ทำการอบแผ่นกระดาษให้แห้งจนเหลือความชื้นที่ร้อยละ 4-6

 

STEP 4 กระดาษคราฟที่ได้จะถูกม้วนเป็นก้อนใหญ่และคลายออกเพื่อตัดแบ่งให้ได้กระดาษขนาดตามที่ต้องการ

 

กระดาษคราฟมีแบบไหนบ้าง

นอกจากกระดาษคราฟจะมีหลายประเภทแล้ว แต่ละแบบก็ยังมีคุณสมบัติแตกต่างและมีความเหมาะสมตามการใช้งานอีกด้วย มาดูกันดีกว่าว่ามีแบบไหนบ้าง?

 

1. KW   (กระดาษคราฟ สีขาว) มาที่ประเภทแรก กระดาษคราฟชนิดนี้จะเหมาะกับบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการความแข็งแรง เน้นงานพิมพ์เป็นหลัก จะได้แสดงถึงสัญลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ได้อย่างชัดเจน เช่น กล่องเครื่องสำอางค์ กล่องนม (น้ำหนักกระดาษ 170 กรัม /ตารางเมตร)

 

2. KA (กระดาษคราฟ สีเหลือทอง) กระดาษคราฟชนิดนี้เหมาะกับบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการความแข็งแรงพิมพ์งานได้อย่างสวยงาม ทนต่อความชื้นและสามารถรองรับน้ำหนักได้ดีเยี่ยมและเป็นสีที่นิยมใช้กันมาก เช่น กล่องเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น (น้ำหนักกระดาษ 125g. 150g. 185g. 230g.  กรัม/ตารางเมตร)

 

3. KI (กระดาษคราฟ สีเหลืองอ่อนธรรมชาติ) เป็นกระดาษคราฟที่่เหมาะสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่มีขนาดเล็กและต้องการความแข็งแรง เน้นพิมพ์งานได้สวยและทนต่อความชื้นของอากาศได้ดี สามารถรับน้ำหนักได้ดี เช่น กล่องเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าอุปโภค บริโภค (น้ำหนักกระดาษ 125g. 150g. 185g. กรัม/ตารางเมตร)

 

4. KC (กระดาษคราฟ สีเหลืองทอง) กระดาษคราฟชนิดนี้เหมาะกับงานบรรจุภัณฑ์ ที่เน้นความสวยงามผสมผสานกับสิ่งแวดล้อม ต้องการความแข็งแรง และสามารถเข้าห้องเย็นได้ (น้ำหนักกระดาษ 125g. 150g. 185g. 230g. กรัม/ตารางเมตร)

 

5. KII  (กระดาษคราฟ สีเหลืองอ่อน) เหมาะสำหรับใช้ในงานบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการรับน้ำหนักปานกลาง สามารถเข้าห้องเย็นได้ เช่น กล่องบรรจุภัณฑ์ทั่วไปที่ต้องการลดต้นทุนการผลิต (น้ำหนักกระดาษ 125g. 150g. 185g.  กรัม/ตารางเมตร)

 

6. KK  (กระดาษคราฟ ผิวสีน้ำตาลเข้มกระดาษคราฟที่เหมาะสำหรับงานบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการลดต้นทุนหรือใช้เเล้วทิ้ง เช่น กล่องลังเบียร์ กล่องมาม่า

(น้ำหนักกระดาษ 175g 250g  กรัม/ตารางเมตร)

 

7. KS  (กระดาษคราฟสีขาว) มีความเรียบและสะอาด เหมาะสำหรับกล่องที่เน้น ความสวยงาม ทำให้การพิมพ์มีสีสันดูโดดเด่นขึ้น เพิ่มคุณค่าให้สินค้าที่บรรจุภัณฑ์ มีความแข็งแรงสูงสามารถปกป้องสินค้าได้ดี สินค้าเพื่อการส่งออกและกล่องอุปโภคบริโภคที่ต้องการบ่งบอกถึงความมีระดับของสินค้า เป็นต้น (น้ำหนักกระดาษ 170g กรัม/ตารางเมตร)

  

8. KT  (กระดาษคราฟสีน้ำตาล) กระดาษคราฟชนิดนี้ผลิตจากเยื่อ Recycled 100% เพื่อส่งเสริมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่ก็มีความแข็งแรง (น้ำหนักกระดาษ125, 150 กรัม/ตารางเมตร)

 

 

กล่องกระดาษคราฟจาก Bee Box น่าสนใจยังไง?

 1. สามารถนำกลับมาใช้ได้หลายครั้ง

ผลิตกล่องกระดาษคราฟกับ Bee Box นอกจากความแข็งแรงของกล่องกระดาษคราฟแล้ว ก็สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้อีกหลายๆ ครั้ง แถมยังทนต่อสภาพแวดล้อมและสิ่งต่างๆ ได้อย่างดี และถือเป็นหนึ่งในการ Recycle and Reuse กล่องกระดาษคราฟเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมด้วยนะ

 

 

 

 2. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

ผู้ประกอบการในยุคนี้ก็เริ่มหันมาใส่ใจการใช้กล่องกระดาษคราฟมากขึ้น ถือเป็นเทรนด์ลดการใช้พลาสติกที่ดีที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมของเรา แถมกล่องกระดาษคราฟของเราก็ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมแน่นอน

 

 

3. ทำให้แบรนด์ของคุณโดดเด่นน่าจดจำ

ลองเปลี่ยนจากการใช้กระดาษ มาเป็นกระดาษคราฟแทนก็น่าจะสร้างความแตกต่างอย่างน่าจดจำไปอีกแบบ เช่น บัตรเชิญ นามบัตร การ์ดแต่งงาน อะไรพวกนี้ก็สร้างภาพลักษณ์ที่ดูดีได้อ ด้วยผิวสัมผัสที่สื่อถึงความเป็นธรรมชาติ นอกจากเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ก็ยังดูเป็นสไตล์มินิมอลที่เรียบง่ายแต่ก็สวยงามได้อีกด้วย

 

 

4. นำมาประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย

จากที่ Bee Box ได้เล่าไปในตอนต้นว่า กล่องกระดาษคราฟนั้นสารพัดประโยชน์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลายอย่าง แทนการใช้พลาสติก ตั้งแต่ที่ครอบแก้วกาแฟ ไปจนถึงกล่องใส่อาหาร ใส่ขนมต่างๆ กล่องกระดาษคราฟนั้นไม่มีข้อจำกัดในการใช้งานเลย